ปัญหาที่ถามบ่อย FAQs Projector Outlet  
  FAQs

Q : ใช้ผนังห้องสีขาวแทนจอภาพ (Screen) จะได้ไหม ?

A : ใช้ได้แน่นอนแต่คุณภาพไม่ดีนัก    จอภาพถูกผลิตขึ้นมาโดยมีการเคลือบพื้นผิวมาเป็นพิเศษทำให้มีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงเพิ่มขึ้น ( ผนังห้องไม่มีคุณสมบัตินี้ )   ถึงแม้ว่าการฉายภาพด้วยผนังห้องจะ
สามารถเห็นภาพได้แต่จุดเด่นของภาพจะลดลงทั้ง Brightness , Contrast และสีที่เป็นธรรมชาติก็จะผิดเพี้ยนไปด้วย  ซึ่งเป็นผลมาจากพื้นผิวของผนัง

Q : LCD หรือ DLP แบบไหนดี ?

A : ทั้ง DLP และ LCD ต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเอง  การจะบอกว่าสิ่งไหนดีกว่าก็จะเป็นการบอกว่าสิ่งนั้นดีกว่าสำหรับคนๆหนึ่งเท่านั้นไม่ได้หมายความว่าจะดีสำหรับคนทุกคน  ฉะนั้นลองพิจารณาข้อมูลด้านล่างแล้วจึงตัดสินใจว่า  เทคโนโลยีชนิดไหนดีกว่าสำหรับตัวเอง

LCD Projector ถูกบรรจุด้วยแผ่นกระจก LCD สามแผ่นแยกจากกัน  แต่ละแผ่นสำหรับสี  แดง  เขียว  น้ำเงิน  ขณะที่แสงผ่านแผ่น LCD แต่ละพิกเซลจะทำหน้าที่เหมือนมู่ลี่บางพิกเซลจะอนุญาตให้แสงผ่านแต่บางพิกเซลจะปิดกั้นแสงไว้  การเปลี่ยนแปลงของแสงนี้ทำให้เกิดเป็นภาพขึ้นมา

ข้อดีของ LCD

  1. มีสีที่สด  สว่าง  น่าชม
  2. ให้สีที่เป็นธรรมชาติมากกว่า
  3. ที่ค่า lumen เท่ากัน LCD จะสว่างกว่า DLP
  4. ให้ภาพที่มีความคมชัด  มีโฟกัสที่แม่นยำ

ข้อเสียของ LCD

  1. มีช่องว่างระหว่างพิกเซลมากทำให้ภาพไม่ชัด
  2. ขนาดเครื่องใหญ่
  3. อาจมี Dead Pixel เกิดขึ้นได้
  4. แผ่น LCD เสื่อมเร็วและเสียได้ง่าย  เมื่อใช้งานไปนานๆภาพจะค่อยๆจางลงและมีสีออกเหลือง

DLP เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาโดย Texas Instruments มีการทำงานที่แตกต่างจาก LCD แทนที่จะใช้แผ่นกระจกเพื่อให้แสงผ่าน  DLP chip จะใช้กระจกเงาเล็กๆเป็นจำนวนมากสำหรับสะท้อนแสงแทน  กระจกเงาแต่ละแผ่นใช้แทนแต่ละพิกเซลนั่นเอง  การทำงานของ DLP Projector แสงจากหลอดภาพจะถูกส่งไปที่ผิวหน้าของ chip กระจกบน chip จะมีการสั่นเอียงไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนทิศทางของแสง  โดยจะส่งแสงที่ต้องการไปที่เลนส์และส่งแสงที่ไม่ต้องการไปที่ตัวดูดซับแสง 

ใน  DLP Projector ระดับสูงมีการใช้ DLP chip สามตัวแยกจากกัน  แต่ละตัวสำหรับสี  แดง  เขียว  น้ำเงิน
การกำหนดสีจะใช้วงล้อกลมๆที่มีสี  แดง  เขียว  น้ำเงิน  และบางทีอาจจะมีสีขาวด้วย  วงล้อสีนี้จะหมุนอยู่ระหว่างหลอดภาพกับ DLP chip เพื่อสลับสีส่งไปที่ผิวหน้าของ DLP chip

ข้อดีของ DLP

  1. มีค่า Contrast สูง
  2. ช่องว่างระหว่างพิกเซลน้อยแต่ละพิกเซลเรียงตัวได้ชิดกันมาก
  3. มีน้ำหนักเบา
  4. มีอายุการใช้งานได้นาน

ข้อเสียของ DLP

  1. แสดงสีได้ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
  2. บางคนเห็นแสงสะท้อนเป็นเงาเหมือนสีรุ้ง (rainbow effect) สร้างความรำคาญให้บ้าง  แต่ได้มีการเพิ่มสีในวงล้อสีให้มากขึ้นถึงหกหรือเจ็ดสีและปรับให้วงล้อหมุนเร็วขึ้น  ปัญหาเรื่อง (rainbow effect) ก็ลดลง  สีก็เป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย

Q : ค่าความสว่าง (Brightness) เท่าไหร่ถึงจะพอ ?

A : ความสว่างของโปรเจคเตอร์ถูกวัดโดย ANSI (American National Standards Institute) Lumens  ค่านี้จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแสงในสถานที่ที่ฉายภาพ  ถ้าสถานมีความสว่างน้อย (ห้องปิดไฟหมด ) 800 - 1000 Lumens ก็เพียงพอแต่ถ้ามีความสว่างมากกว่านี้ควรใช้ 1500 Lumens ขึ้นไป

Q : Native Resolution คืออะไร ?

A :    จำนวน pixel ปรกติที่โปรเจคเตอร์สามารถแสดงภาพได้โดยไม่มีการบีบอัดหรือขยาย
ซึ่งเป็น Resolution ที่ให้ภาพสมบูรณ์ที่สุด  เช่น  Native Resolution = SVGA จะสามารถแสดงภาพได้ดีที่สุดที่ SVGA แต่จะทำการบีบ pixel ให้เล็กลงเมื่อต้องแสดงภาพที่เป็น XGA

Q : Projector หรือ Plasma ?

A : ปัจจุบันนี้จอภาพ plasma ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ 61 นิ้วขณะที่โปรเจคเตอร์สามารถให้ภาพได้ใหญ่กว่าถึงสองเท่า   ประมาณ 120 นิ้วในแนวทแยง  ถึงแม้ว่า plasma จะให้ภาพที่ดีกว่าแต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของภาพ
การชมภาพยนตร์ด้วยโปรเจคเตอร์ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโรงภาพยนตร์จริงๆ

โปรเจคเตอร์นั้นต้องมีการเปลี่ยนหลอดภาพทุกๆ 2000 – 4000 ชั่วโมง  หลังจากนั้นก็ใช้งานได้ปรกติ  plasma  ก็มีอายุการใช้งานเช่นกันแต่นานกว่ามากอาจจะประมาณ  5 – 15 ปี ก็ได้แต่ถ้าฉายภาพเดียวแช่ไว้เป็นเวลานาน plasma ก็ไหม้ได้เหมือนกัน

 

Plasma นั้นเหมาะกับสถานที่ที่มีแสงสว่างมากแต่ถ้าสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมของแสงได้ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับโปรเจคเตอร์

Q : Projector ต่อกับ Notebook ภาพไม่ชัด ?

A : ตั้งค่า Resolution ของ Notebook ให้เท่ากับ Native Resolution ของโปรเจคเตอร์เช่น  ถ้าโปรเจคเตอร์มีค่า Native Resolution เป็น SVGA ก็ให้ตั้งค่าที่ Notebook เป็น SVGA ด้วย

Q : เครื่องคอมพิวเตอร์ห่างจากโปรเจคเตอร์มาก  ความยาวของสาย cable มีระยะจำกัดไหม ?

A : สาย VGA ทั่วไปสามารถใช้ได้ในระยะประมาณ 15 เมตร  สาย DVI อยู่ที่ประมาณ 5 เมตร  แต่ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของสายและสภาพแวดล้อมด้วย  ถ้าสัญญาณไม่ดีก็ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ (Booster) เพื่อขยายสัญญาณให้ดีขึ้น

Q : VGA หมายความว่าอะไร ?

A : VGA คือชื่อย่อของ Video Graphics Array ค่าของ VGA, SVGA และ XGA ทั้งหมดนี้ใช้สำหรับวัดค่าความละเอียดของสัญญาณภาพที่ส่งสัญญาณออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ VGA ประกอบไปด้วยเส้นแนวนอน 640 เส้น X เส้นแนวดิ่ง 480 เส้น: S-VGA เท่ากับ 800 เส้น X 600 เส้น และ XGA เท่ากับ 1024 เส้น X 786 เส้น และ S-XGA เท่ากับ 1280 เส้น X 1024 เส้น

Q : VGA compress คืออะไร ?

A : การบีบอัดข้อมูลภาพยกตัวอย่าง  โปรเจคเตอร์มีค่าความละเอียดสูงสุดที่ VGA (640 X 480)  สามารถบีบข้อมูลของ VGA ให้เป็น SVGA (800 X 600) ได้  ทำให้โปรเจคเตอร์สามารถแสดงสัญญาณภาพ SVGA ภายใต้การทำงานแบบ VGA ซึ่งโปรเจคเตอร์บางรุ่นมีระบบการบีบข้อมูลภาพที่ล้ำสมัยกว่าคู่แข่งเป็นอย่างมากจึงทำให้ lk,ki5แสดงภาพเส้นที่บางมากๆ ได้ หรือแสดงตัวอักษรขนาดเล็กได้ถึงแม้จะทำงานในโหมดบีบข้อมูล (โหมด SVGA)

Q : ขอบสีดำรอบๆจอภาพมีไว้ทำไม ?

A : จอที่มีขอบดำจะช่วยให้ภาพที่ล้นขอบไม่ไปปรากฏที่ผนังด้านหลัง(ส่วนใหญ่จะปรับภาพให้พอดีกับขอบจอได้ยากหรือถ้าปรับได้แต่พอจอไหวไปมากก็ทำให้ภาพเกินออกทางขอบจอ) นอกจากนี้ขอบดำยังช่วยให้ภาพที่ฉายดูสว่างอีกด้วย

Q : โปรเจคเตอร์ไม่สามารถฉายภาพได้

A : ถ้าโปรเจคเตอร์มีอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากปัญหาหลายอย่างต้องลองตรวจสอบดู  อย่างแรกลองตรวจดูสาย power ถ้าสายไฟถูกเสียบแน่นดีไฟสถานะบนตัวเครื่องต้องติดดูว่าหลอดภาพทำงานไหม  โดยดูได้จากหน้าเลนส์หรือช่องระบายอากาศตรวจว่าต่อสาย cable แน่นและถูกต้องดีหรือไม่ 
สำหรับ notebook สาย cable ต้องต่อจาก VGA OUT ของ notebook ไปที่ VGA IN ของโปรเจคเตอร์  ถ้าทุกอย่างถูกต้องดีแต่ยังไม่มีภาพก็ลองทำตามนี้ดู  กดปุ่ม Fn ค้างไว้แล้วกดปุ่ม F7 (คอมพิวเตอร์บางเครื่องอาจต้องใช้ F5 หรือ F3)แต่ละครั้งที่กดสองปุ่มนี้พร้อมกันจะให้ผลคือ

กดปุ่ม Fn / F7 ครั้งแรก : มีภาพที่ notebook เท่านั้น
กดปุ่ม Fn / F7 ครั้งที่สอง : มีภาพจากโปรเจคเตอร์เท่านั้น
กดปุ่ม Fn / F7 ครั้งที่สาม : มีภาพทั้งโปรเจคเตอร์และ notebook

ถ้าตรวจดูทั้งหมดนี้แล้วไม่สามารถแก้ปัญหาได้ควรส่งให้ศูนย์บริการตรวจสอบดู 
Last Update : 14 กรกฎาคม 2551
ณัฐวุฒิ ชัยมงคล
webmaster@projector.co.th
PROJECTOR OUTLET HOTLINE : 09- 0965221
หน้าแรก | บริการให้เช่า | ซ่อมและอะไหล่ | ติดต่อเรา | New Product | Test & Review | Webboard | Site Map
วิธีการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ | คำศัพท์ที่ควรรู้ในการเลือกซื้อ | บทความที่น่าสนใจ Tip และเทคนิค | ปัญหาที่ถามบ่อย

PROJECTOR OUTLET CO., LTD.
สาขาไอทีมอลล์ ฟอร์จูน
เลขที่ 7 อาคารฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 3 ห้อง 3 อี 74 ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. 10400
สาขาพันธ์ทิพย์ พลาซ่า
604/3 ชั้น2 ห้อง 277-278 อาคารพันธ์ทิพย์ พลาซ่า ถนนเพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
บริษัท โปรเจคเตอร์ เอาท์เล็ต จำกัด [ ศูนย์รวมโปรเจคเตอร์ครบวงจร ]
สาขาไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ชั้น 3 ห้อง 3E74 เบอร์ติดต่อ : 02-6420781-3, เบอร์แฟกซ์ : 02-6420784
สาขาพันธ์ทิพย์ พลาซ่า ชั้น 2 ห้อง 277-278 เบอร์ติดต่อ : 02-6526506, เบอร์แฟกซ์ : 02-6566046
สาขาศรีราชา เลขที่ 57 ถนนศรีราชานคร2 เบอร์ติดต่อ : 081 919-8762
สาขาพัทยา ตึกคอมพัทยา ชั้น 1 ห้อง GS02 เบอร์ติดต่อ : 081 919-8762
สาขาโคราช ติดศูนย์การค้า เดอะมอลล์ โคราช เบอร์ติดต่อ : 081 919-8762
ขายปลีก : 081-711- 6332 ขายส่ง : 081 567-2095 ฝ่ายบริการและอะไหล่ ( Hot Line Service): 086 507-9822
ศูนย์บริการ โปรเจคเตอร์ เอาท์เล็ต ชั้น 3 ห้อง 3C85 เบอร์ติดต่อ : 086 507-9822 (ระบบ True Move)
เปิดทุกวัน 10.00 - 19.00
 
พนักงานบริการไม่สุภาพแจ้ง : 086-5688176, Email : sales@projector.co.th
www.projector.co.th
 
Copyright 2007 Projector Outlet Co., Ltd. All rights reserved.